ภาษาที่ใช้ในการสอน: อังกฤษ หรือ ไทย
ระยะเวลา: 9 เดือน (เวลาปกติ Full time), 12 เดือน (เวลาพิเศษ Part time)
วุฒิการศึกษา: อนุปริญญา
ช่วงเวลาเริ่มเรียน: (นักศึกษาต่างชาติ) มิถุนายน และ พฤศจิกายน
ช่วงเวลาเริ่มเรียน: (นักศึกษาไทย) พฤษภาคม สิงหาคม และ พฤศจิกายน
หลักสูตรอนุปริญญาด้านวิศวกรรมเสียง เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ ทุกรูปแบบของวิศวกรรมเสียงสมัยใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อม ในการเป็นมืออาชีพ ในสาขาต่างๆของงานด้านเสียง
โดยใช้การผสมผสานความรู้ทางด้านทฤษฎี และภาคปฏิบัติ รวมไปถึงการฝึกงานในสตูดิโอ
จะช่วยให้นักศึกษามีความรู้และ
ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ในแง่มุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตงานเสียง และโครงสร้างของอุตสาหกรรมดนตรีเบื้องต้น นักศึกษาจะได้ทดลองใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และซอฟท์แวร์ ในระดับมาตรฐานมืออาชีพ รวมถึง มิกเซอร์ควบคุมเสียงขนาดใหญ่, มิกเซอร์ระบบดิจิตอล และ โปรแกรม ProTools และ Cubase SX 4
นักศึกษาจะได้ทำงานภาคปฏิบัติ หลากหลายชิ้นงาน ซึ่งล้วนแต่ถูกออกแบบมา เพื่อทดสอบทักษะของนักศึกษา ในด้านต่างๆ เช่น กระบวนการอัดเสียงดนตรีทั้งหมด, การตัดต่อเสียง, การประพันธ์ดนตรีแนวอิเล็คทรอนิค, การกอบกู้ข้อมูลเสียง (audio restoration) การมิกซ์เสียงและการมาสเตอร์ริ่ง
สำหรับนักศึกษาที่เป็นนักดนตรี ก็จะได้บันทึกเสียงผลงานของตัวเอง ที่ผลิตเพื่องานฝึกภาคปฏิบัติ
นอกจากนี้ ทางโรงเรียนจะเปิดโอกาสให้นำบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมงานเพื่อการบันทึกเสียงของนักเรียน
นักศึกษาสามารถฝึกลองใช้เครื่องมือ ในช่วงนอกเวลาเรียน ซึ่งจะเปิดให้บริการวันละ 12 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 6 วัน นักศึกษาสามารถเลือกช่วงเวลา ที่เหมาะกับตารางการทำงานของตนเองได้ การศึกษาในระดับอนุปริญญา เป็นวิชาพื้นฐานที่สำคัญเพื่อการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยม) ด้าน Recording Art
Recording Engineer, Mixing & Remixing Engineer, Audio Post Production Engineer, Sound Reinforcement Engineer, Monitor Engineer, Foley Engineer, Dubbing Engineer, Sound Designer, Systems Designer, System Engineer, Music Producer
ทฤษฎีพื้นฐานด้านเสียง (Basic Sound Theory):
มุ่งเน้นในหลักการพื้นฐานด้านเสียงและอคูสติก เนื้อหาจะครอบคลุมธรรมชาติของเสียง,ลักษณะของเสียง, การได้ยินเสียงและโครงสร้างของหู,พื้นฐานของอคูสติก,การวิเคราะห์คลื่นความถี่และ การฝึกใช้หูเพื่อการวิเคราะห์เสียง
อุปกรณ์สตูดิโอและการจัดส่งสัญญาณ (signal processing):
เป็นหัวข้อที่ใช้ในการเรียนรู้เพื่อพิจารณาส่วนประกอบสำคัญในห้องสตูดิโอบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ เนื้อหาครอบคลุมวิธีการการใช้และการทำงานของมิกเซอร์ (mixing consoles),
การใช้อุปกรณ์ปรับแต่งเสียง (effect processing), สัญญาณในระบบอนาล็อคและดิจิตอล,
การลดเสียงรบกวน, การปรับแต่งเสียง (equalization), การต่อสัญญาณเสียง
และการทำความเข้าใจเส้นทางการเดินสัญญาณเสียง (signal flow)
ระบบไฟฟ้าสำหรับงานเสียง (Audio Electronics):
ความรู้พื้นฐานของทฤษฏีไฟฟ้ี่าจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเข้าใจเทคโนโลยีและการบันทึกเสียง เนื้อหาจะครอบคลุมทฤษฎีพื้นฐานของไฟฟ้า, ส่วนประกอบพื้นฐาน, การทำความเข้าใจคุณสมบัติของอุปกรณ์, มาตรวัดเสียงในระบบ เดซิเบล, มาตรฐานระดับสัญญาณ, การทดสอบอุปกรณ์, สายเคเบิลและตัวต่อเชื่อม และรวมไปถึงการให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยในการประกอบวิชาชีพ
เทคโนโลยีเสียงระบบดิจิตอล (Digital Technology):
ดิจิตอลเทคโนโลยีที่ใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรมเสียงได้เปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานที่มีมาแต่ดั้งเดิม ในยุคนี้นักเรียนต้องมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดีและมีความเชี่ยวชาญในการใช้งานซอฟท์แวร์ เนื้อหาครอบคลุมการบันทึกเสียงในระบบดิจิตอล, ทฤษฎีดิจิตอล, การใช้งานของคอมพิวเตอร์และซอฟท์แวร์, รูปแบบการจัดเก็บข้อมูล, การทำงานของระบบมิดิ (MIDI), การใช้งาน โปรแกรม ProTools ในขั้นสูง, อุปกรณ์ดิจิตอล, การต่อเชื่อมซอฟท์แวร์, Synchronization และการทำความเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสีย
ของเทคโนโลยีดิจิตอล
สตูดิโอบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ (Professional Recording Studios):
วิชาหัวข้อนี้มุ่งเน้นการใช้สตูดิโอสำหรับกระบวนการผลิต ตั้งแต่ , การวางอุปกรณ์, การอัด, การตัดต่อ,
การ มิกซ์ดาวไปจนถึง การมาสเตอร์ริ่ง เนื้อหาหลักครอบคลุม การกำหนดเส้นทางการเดินสัญญาณเสียงขั้นสูง (advanced signal flow), การใช้งานมิกเซอร์, การวางแผนขั้นตอนต่างๆ, เทคนิคการใช้ไมโครโฟน, การทำงานกับโปรดิวเซอร์และนักดนตรี, การบันทึกเสียงเพลงในแนวต่างๆ และ เรื่องสุขภาพและความปลอดภัย
การศึกษาการทำงานสตูดิโอขั้นสูง (Advanced Studio Studies):
มุ่งเน้นศึกษาการใช้สตูดิโอเพื่อบันทึกเสียงและเทคนิคการผสมเสียงในขั้นสูง กลุ่มวิชานี้มุ่งหวังให้นักศึกษาได้เตรียมความพร้อมในการทำงานจริง เนื้อหาครอบคลุม เทคนิคการบันทึกเสียง,
ตัดต่อ, ผสมเสียง ขั้นสูง, การเตรียมการ, การสร้างสรรค์ สเตริโอ และ เสียงแบบรอบทิศทาง รวมไปถึงกฎและ มารยาทในสตูดิโอ จรรยาบรรณของอาชีพ
อคูสติก (Acoustics):
กลุ่มวิชานี้มุ่งเน้นหลักพื้นฐานของอคูสติกและการออกแบบสตูดิโอสำหรับการปฏิบัติงาน เนื้อหาหลักครอบคลุม ทฤษฎีอคูสติก, การจัดวางลำโพง, ความเข้าใจในการรับรู้อคูสติก, พื้นฐานการสร้างสตูดิโอ, การประเมินหรือหาค่าต่างๆในเชิงอคูสติก, การแบ่งกั้น, การออกแบบและดูแลสตูดิโอ
ทฤษฎีดนตรี (Music Theory):
ทฤษฎีดนตรีเป็นเครื่องมือเพื่อการสื่อสารกับนักดนตรีผู้ที่จะประสบความสำเร็จในงานด้านนี้จำเป็น
ต้องมีความเข้าใจทฤษณีดนตรีเป็นอย่างดี กลุ่มวิชานี้จะมุ่งเน้นประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตก, การพัฒนารูปแบบดนตรี, notation, rhythm, scales, harmony, chords, และรวมถึงลิขสิทธิ์และกฏหมายในธุรกิจดนตรี
กระบวนการหลังการผลิตงานออดิโอ (Audio Post-Production):
ไม่แปลกอะไรที่งานแนวสื่อโฆษณาหรือภาพยนตร์จะต้องการคนที่มาจัดการเรื่องเสียงหลังการถ่ายทำ
นี่คือ Audio Post-Production
กลุ่มวิชานี้ครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลายรวมไปถึงเสียงในงานภาพยนตร์, การตัดต่อเสียง online
และ off line, เทคนิค Foley, additional dialogue replacement (ADR), การออกแบบเสียงเบื้องต้น (sound design), เส้นทางการเดินสัญญาณภาพและการตัดต่อวิดีโอขั้นพื้นฐาน
Live Sound Reinforcement:
วิศวกรออดิโอหลายท่านทำงานด้านการจัดการเรื่องเสียงให้งานอีเวนท์และการแสดงสด กลุ่มวิชานี้มุ่งเน้นการออบแบบระบบเสียงสำหรับงานแสดงสด, วิธีการใช้เครื่องมือและการติดตั้ง, รวมไปถึงการออกแบบการจัดวางลำโพง, การปรับแต่งเสียงสำหรับงานแสดงสดและการหาข้อผิดพลาด, คอนเสริต์ระบบ front of house (FOH), monitoring, การบันทึกเสียงการแสดงสดและการถ่ายทอดสด
Mastering and Remixing:
โดยปกติขั้นตอนนี้เป็นขั้นสุดท้ายในกระบวนการผลิต กลุ่มวิชานี้ว่าด้วยการเชื่อมต่อกระบวนการ
บันทึกเสียงไปสู่การผลิตในรูปแบบซีดีที่ีได้รับการดูแลเป็นอย่างดี โดยมุ่งหวังให้ผู้ฟังได้รับ
อรรถรสสูงสุด เนื้อหาครอบคลุมทฤษฎีดิจิตอลขั้นสูง, การจัดการรูปแบบการจัดเก็บ, การจัดการทางเทคนิคประมวลสัญญาณ, การผลิตซ้ำ, การทำงานของซีดี, การจัดการงานออดิโอ, การจัดการเสียงรอบทิศและเทคนิคการ remix