เกี่ยวกับ SAE
SAE Institute
As the worlds largest network of media Institutes, SAE Institute will continue to set the pace for a new level of Higher Education & Vocational Technology training on its existing individual, corporate and government platform by an ongoing process of updating its worldwide campuses with state-of-the-art equipment, engaging only the best educators and the ongoing provision of a curriculum that reflects such advancements in the latest technologies, information & teaching principals. SAE will also maintain its focus capitalising on its existing internationally recognised quality profile & accreditation whilst tailoring & enhancing its courses and associations in the audio, film and animation industries with the objective of maximising the opportunity for a professional career outcome for SAE graduates.
Our teaching aim has always been to provide solid theoretical lectures in conjunction with practical experience using our extensive range of equipment. SAE Institute will continue to strive for educational excellence and further its corporation and partnership with leading universities.
Dr. Tom Misner
President
1976
The school of audio engineering(SAE) ได้ถือกำเนิดขึ้นโดย engineer และ producer ชื่อ Tom Misner ซึ่งเป็นผู้สร้างหลักสูตรของทางสถาบัน ด้วยมุมมองที่ว่า ในขณะนั้นไม่มีสถาบันใดๆในโลกที่มีหลักสูตรการเรียนเชิงฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับวิชาทางด้านงานเสียง ซึ่งนักศึกษาในรุ่นแรกได้ใช้ ห้องบันทึกเสียงในระดับ 4 แทรกในการศึกษา เสียเป็นส่วนใหญ่
1977
เริ่มมีนักศึกษารุ่นแรกในระดับ 9 เดือน ใน Sydney Australia โดยใช้ Sony 4 track tape recorder และ 12 channel mixing console ที่สั่งผลิตขึ้นเอง
1978
SAE Melbourne เป็นแหล่งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในแถบ North Fitzroy ซึ่งอยู่บริเวณชานเมือง Melbourne ซึ่งใช้ห้องบันทึกเสียง 8 track เล็กๆ และเครื่องตัดต่อเสียง ในรูปแบบของ tape ในการเรียนการสอน
1979
SAE Sydney ได้ทำการจัดซื้อเครื่องมือใหม่คือ Soundcraft Series II console และ เทปบันทึกเสียง Ampex 24 track. Tom Misner ได้เริ่มผลิตนิตยาสารเกี่ยวกับ เรื่องเสียงในระดับมืออาชีพชื่อ Australian Sound *amp; Broadcast
1980
SAE Brisbane เป็นแหล่งที่ 3 ที่ถือกำเนิดขึ้น แต่ยังไม่ได้เริ่มงานหลังจากที่มีการเลื่อนการเปิดทำการ 3 ครั้ง ในเวลา 1-2 ปี และยังได้จัดตั้งห้องบันทึกเสียงชื่อ Central Recorder ใน Sydney อีกด้วย
1981
SAE Sydney ได้จัดตั้งขึ้น และเป็นที่ยอมรับของนักศึกษาต่างชาติแและได้รับการรับรองจากรัฐบาลออสเตรเลีย
ว่าเป็นสถาบันที่มีการศึกษาถูกต้องตามมาตรฐาน และได้รับการ ยอมรับจากผู้คนในขณะนั้นอีกด้วย ด้วยเหตุผมที่ว่าทางสถาบันต้องการที่จะให้นักศึกษาได้ใช้เวลาในการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มที่ Tom Misner ได้ทำการออกแบบ workstation ที่ใช้ในการฝึกปฏิบัติขึ้นมา. SAE Townsville (Australia) เป็นสาขาพิเศษที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อสอนในหลักสูตรที่มีระยะเวลา 1 ปีเพื่อสำหรับสอนพนักงา ที่ทำงานทา ด้าน ทีวีและวิทยุที่อยู่ในบริเวณนั้น
1982
SAE Adelaide ได้ถูกตั้งขึ้นเป็นแหล่งที่ 4 ในต้นปี และ SAE Perth ก็เป็นแหล่งที่ 5 ที่ถูกสร้างขึ้นในเดือนสิงหาคม
1983
เป็นปีของการพัฒนาให้แกร่งขึ้นและเป็นปีของการศึกษา จุดประสงค์หลักของการขยายตัวในปีนี้ก็คือ การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับจำนวนของนิตยสารใหม่รวมถึงนิตยสาร ที่มีชื่อเสียงในอังกฤษ SAE Brisbane ได้ทำการขยายพื้นที่และจัดซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม และถือเป็นที่แรกที่ Tom Misner ได้ทำการออกแบบทางด้าน สถาปัตยกรรมเอง และถือเป็นรูปแบบที่ปฏิบัติกันต่อไปในด้านสถา ปัตยกรรมเริ่มขึ้นครั้งแรกที่ออสเตรเลียและเกิดขึ้นในระดับนานาชาติที่สหรัฐอเมริกา
1984
SAE Coffs Harbour (Australia) ถูกสร้างขึ้นเพื่อสำหรับหลักสูตร 1 ปี สำหรับบุคคลที่อยู่ในสายงานทางด้านวิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งได้รับการตอบรับจาก ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก
1985
ระหว่างการเดินทางไปทำธุรกิจที่ London. Tom Misner ได้กล่าวเตือนว่าสถาบันที่เปิดสอนวิชาทางด้านเสียงที่อังกฤษในตอนนั้นไม่มีความเป็นมืออาชีพ
ด้วยเหตุผลนี้ SAE London จึงได้ถูกจัดตั้งขึ้น และถือเป็นที่แรกที่ถูกเปิดขึ้นในต่างประเทศ และได้เริ่มเปิดทำการในเดือนมีนาคมในปีนั้น โดยี่ สถาบันนี้ ได้ใช้อุปกรณ์เทปที่ใช้ในการบันทึกเสียงของ Fostex 16 track และ Studiomaster console และโลโก้ใหม่(ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน) ได้ถูกใช้เป็นครั้งแรกในปีนี้
1986
SAE Munich, เป็นที่แรกที่เปิดสอนภาษาต่างชาติในเยอรมัน หลักสูตรที่ถูกเปิดขึ้นที่นี่ได้ถูกขยายให้เป็น 15 เดือน และ SAE Frankfurt ได้ถูกสร้างขึ้น ในปลายปีนั้นเช่นกัน ทั้งสองสถาบันที่เกิดขึ้นในเยอรมันได้ใช้อุปกรณ์เหมือนกันก็คือ TAC Scorpion consoles และ SAE Manchester ได้ถือกำเนิดขึ้น ในปีนี้ด้วยเช่นกัน
1987
SAE Vienna เป็นที่แรกที่เกิดขึ้นใน Austria ซึ่งเปิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ และหลักสูตรได้ถูกกำกับดูแลโดย SAE Germany สำหรับสถานีวิทยุ Radio Free Europe ในตอนนั้นได้ถูกควบคุมโดย CIA ของสหรัฐอเมริกา และ SAE Perth ได้ทำการขยายพื้นที่และจัดซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมและยังสนับสนุนคอนเสิร์ตของ Santana ที่แสดงใน Perth อีกด้วย
1988
SAE Sydney มีความพยายามที่จะพัฒนาและปรับปรุงเรื่องอุปกรณ์ในการเรียนการสอน ใน London Tim Simmons(Bomb the Bass) ได้เรียนจบจากที่นั่นซึ่งเขาเป็น Artist และ Producer สำหรับเพลง Dance. SAE Berlin ได้ถือกำเหนิดขึ้นเป็นแหล่งที่ 3 ในเยอรมันนีและยังได้รับ ความช่วยเหลือเป็นพิเศษจากรัฐบาลเยอรมันนี SAE ได้จารึกชื่อของ Tommeister และหลัสูตรใหม่ Live Sound Engineering ก็ได้เปิดขึ้นมาอีก
1989
SAE London ได้ทำการขยายสถานที่และเปลี่ยนอุปกรณ์ในการเรียนการสอนใหม่เป็น Neve console. และได้มีการสร้างหลักสูตรระยะสั้นระดับ 6 เดือน Studio Sound Certificate ขึ้นมาใหม่อีกด้วย
1990
SAE Aukland ได้ถูกจัดตั้งขึ้นและได้มีห้องบันทึกเสียงในระดับ 24 track เป็นอุปกรณ์ในการเรียนการสอน อีกทั้งยังได้รับการรับรองจากรัฐบาล(NZQA)อีกด้วย SAE ได้ทำการเปิดหลักสูตรใหม่ใน London ก็คือ DJ and Sampling และ SAE Glasgow ได้ถูกจัดตั้งขึ้นในปลายปีนี้อีกด้วย
1991
SAE Amsterdam ซึ่งถือเป็นสถาบันหลักในแถบยุโรปได้ถูกเปิดขึ้น และได้ทำจดหมายข่าวหมุนเวียนไปทั่วยุโรป ซึ่งได้ทำถึง 3 ภาษา อีกทั้งยังช่วยนักศึกษา ในการหางานอีกด้วย
1992
SAE Berlin ได้จัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ก็คือ Neve console และ SAE Sydney ได้ทำการเปลี่ยนอุปกรณ์ในห้องบันทึกเสียงหลักก็คือ Sony MXP automated console. SAE Munich ก็ได้ทำการขยายพื้นที่ของสถาบันให้ใหญ่ขึ้นและยังได้ซื้ออุปกรณ์ใหม่ก็คือ Neve VR console. และหลักสูตร Audio Engineering ได้ขยายระยะเวลาเป็น 15 เดือน ในทุกๆสถาบัน และ SAE Kuala Lumpur ก็ได้เปิดขึ้นในเดือนตุลาคม ซึ่งมี Jade console และ Otari 24 track เป็นอุปกรณ์ในการเรียนการสอน และในปีนี้เองสถาบัน SAE ได้ถือเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจทางด้านดนตรี ทั้งในด้านผู้จัดจำหน่าย และด้านของห้องบันทึกเสียง
1993
SAE Paris ได้ทำการเปิดตึกใหม่ซึ่งเป็นของสถาบันเอง ซึ่งทางสถาบันได้จัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ก็คือ Neve VR console และห้องบันทึกเสียงอีก 2 ห้อง และยังมี เครื่องมือสำหรับให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติถึง 20 ส่วน. บางหน่วยงานของรัฐบาลได้รับรองและมีกองทุนให้ในักศึกษากู้ยืมโดยความสนับสนุนของรัฐบาลฝรั่งเศษ SAE Melbourne ได้ทำการย้ายที่และจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ก็คือ Sony MXP console และสร้างห้องบันทึกเสียงขนาด 24 track ขึ้นมาใหม่ SAE Humburg ได้เปิด ทำการและเริ่มต้นการปฏิบัติงานสอนทางด้านการฝึกปฏิบัติทางด้านเสียงอย่างจริงจังเป็นที่แรก ซึ่งห้องบันทึกเสียงได้ใช้ Soundtracs Jade console, Sony APR multitrack และ Protools III เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน
1994
SAE Kuala Lumpur ได้รับการรับรองจากรัฐบาลมาเลเซีย และในปีนี้หนังสือเล่มแรกของทางสถาบันก็ได้เกิดขึ้น นั่นก็คือ Practical Studio Techniques by Tom Misner และในปีนี้ยังได้มีการจัดแข่งขันฟุตบอลระหว่างสถาบันในยุโรปโดยมี Amsterdam เป็นเจ้าภาพในครั้งนั้นผู้ชนะก็คือ SAE Frankfurt. ในปีนั้น ทางสถาบันได้สร้างความร่วมมือกับมหาลัยในออสเตรเลียก็คือ Southern Cross University โดยนักศึกษาสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี BA. Music Production ได้อีกด้วย และทางสถาบันก็ได้เปลี่ยนชื่อจาก The School of Audio Engineering เป็น SAE Technology College. Tom Misner ได้ทำการ เปิดห้องบันทึกเสียงใหม่ขนาดใหญ่ในออสเตรเลียชื่อว่า Mirage Studio ซึ่งถือว่าเป็นห้องบันทึกเสียงระดับโลกซึ่งมีอุปกรณ์ต่างๆดังนี้ Neve VR with Flying Faders, Studer A 820, ProTools III 32 tracks and four racks full of the latest effects.
1995
ในปีนี้ได้มีการเปิดสถาบัน SAE ใหม่ ใน London ซึ่งสอนการใช้งาน Digidesign ProTools System และ Tom Misner ได้ทำการซื้อห้องบันทึกเสียงใน Sweden ก็คือ Soundtrade Studio ซึ่งมีทั้งหมด 5 ห้องบันทึกเสียงด้วยกัน ในห้องบันทึกเสียงหลักนั้นสามารถบันทึกเสียงวงออเครสตร้าได้ทั้งวง SAE Stockholm(Sweden) ได้เปิดสอนหลักสูตรทางด้านเสียงเป็นครั้งแรกโดยมีคนสวีเดนเป็นผู้ควบคุม. SAE Glasgow ได้ทำการย้ายไปอยู่ในบริเวณที่เป็น ย่านธุรกิจใน Glasgow ซึ่งในส่วนของห้องบันทึกเสียงนั้นก็ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆดังนี้ Otari MTR 90 multitrack และ digital ADAT multitracks.
SAE Zurich ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นใน Technopark industrial complex. และอุปกรณ์ในห้องบันทึกเสียงนั้นก็ประกอบไปด้วย Neve VR console และ Studer A800 multitrack. SAE Hobart, เป็นแห่งที่ 6 ในออสเตรเลีย และทางสถาบันได้ทำการเปิดหลักสูตรทางด้านมัลติมีเดียซึ่งใช้ชื่อว่า Multimedia Producer ซึ่งเปิดขึ้นเป็นครั้งแรกใน Sydney และ SAE Vienna ก็ทำการเปิดในปลายปีเดียวกัน หลักสูตรทางด้านมัลติมีเดียในปัจจุบันได้ทำการเปิดใน Berlin, Zurich
และ Singapore. SAE Asia Sdn Bhd ได้ทำการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับระบบเฟรนไชน์ในแถบเอเชีย นอกจาก Singapore และ Malaysia สถาบัน SAE ทั่วโลกก็ไม่ได้จัดอยู่ในระบบเฟรนไชน์ และ SAE Cologne ก็เกิดขึ้นเป็นอันดับ 5 ของเยอรมัน ซึ่งได้เปิดขึ้นในปลายปีนั้นเอง ซึ่งเปิดพร้อมกัน 2 หลักสูตรก็คือ audio และ multimedia. SAE Singapore ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลสิงคโปร์ซึ่งสามารถรับนักศึกษาต่างๆชาติเข้ามาเรียนได้ และในปีนี้เองระบบการ จัดการทางด้านข้อมูลนักศึกษาก็ได้ถูกใช้ในสถาบัน SAE ในทุกๆสถาบัน
1996
จดหมายข่าวในเวลานั้น ได้เผยแพร่ถึง 100,000 ฉบับ หลักสูตรมัลติมีเดียได้ขยายไปสู่ Zurich และ Singapore. หลักสูตรทางปริญญาตรีอย่างเต็มรูปแบบได้ ถูกเปิดขึ้นที่ SAE Sydney โดยความร่วมมือกับ Southern Cross University. SAE Singapore ได้ทำการย้ายสถานที่สู่สถานที่ๆใหญ่กว่าและทำกา รสร้างห้องบันทึกเสียงในรูปแบบ digital อย่างเต็มรูปแบบ SAE Frankfurt ได้ทำการเปิดหลักสูตรทางด้านเสียงใหม่ถึง 5 หลักสูตร ใน Germany.
SAE Milan เป็นที่แรกที่เกิดขึ้นใน Italy โดยใช้อุปกรณ์ในการเรียนการสอนดังนี้ Neve VR console และ Otari multitracks.
1997
SAE เริ่มเป็นเจ้าของและซื้อสถาบันของออสเตรเลียทั้งหมดและของต่างชาติในบางส่วนด้วย. SAE Sydney ได้ทำการเปิดขยายเป็น 4 ชั้น. SAE London ได้ทำการขยายพื้นที่เป็นสองเท่า. SAE Germany เพิ่มส่วนงานทางด้าน Multimedia และ SAE Stuttgart ถือเป็นสถาบันเดียวที่เปิดสอนเฉพาะทางด้าน Multimedia ซึ่งเปิดขึ้นในเดือนตุลาคมของปีนั้น. SAE ได้ทำการเปิดบริษัททางด้านการบันเทิงสำหรับผลิตงานประเภท CD-Rom, CD extra, CD Audio และงานทางด้านอินเตอร์เน็ต
1998
SAE Adelaide ได้ทำการขยายพื้นที่. SAE New York ได้ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างถูกกฏหมายซึ่งถูกตั้งขึ้นใกล้ๆกับถนนสาย 40 และทำความร่วมมือกับ Walt Disney. SAE Zurich ขยายพื้นที่. SAE ได้ทำการซื้อ 4 SSL G+ consoles. เครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบ Macintosh Power PC มากกว่า 500 เครื่อง ได้ทำการ ติดตั้งในสถาบัน SAE หลายๆที่. SAE Athens ได้ถูกเปิดขึ้นในปลายปีนี้ และ SAE London ก็ได้ทำการขยายพื้นที่อีกครั้ง. ในขณะนั้นพื้นที่กว่า 1.25 ล้านตารางฟุตได้ถูกเช่าโดยสถาบัน SAE เพื่อใช้ในการศึกษาระดับสากล และทางสถาบันก็ได้สร้างความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัย Middlesex ประเทศอังกฤษ ได้เปิดหลักสูตรปริญญาตรีซึ่งเริ่มใช้ใน London, Munich และ Sydney
1999
SAE Nashville ได้เปิดทำการ. SAE ได้ทำการซื้ออุปกรณ์ในการบันทึกเสียงชั้นแนวหน้าจากประเทศ Australia นั่นก็คือ Studio 301 ซึ่งมีความเก่าแก่มาก สร้างขึ้นในปี 1926 ไม่กี่เดือนหลังจาก Abbey Road. SAE Munich เป็นสถาบันแรกที่ได้มีการเปิดสอนในหลักสูตร Digital Film ในเดือนพฤษจิกายน 1999 และต่อมาก็ที่ Cologne, Hamburg และ Vienna อีกเช่นกัน. Tom Misner ได้รับปริญญาเอกจาก มหาวิทยาลัย Middlesex
2000
SAE Munich ได้ทำการเปิดหลักสูตร Digital Film Arts ในระดับปริญญาตรี. SAE Hamburg ได้เปิดหลักสูตร Digital Film. และเป็นครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์ของ SAE ที่มีสาขาเปิดขึ้นพร้อมกันใน India. และในปีนี้ได้ถือกำเนิดโครงสร้างของผู้บริหารของสถาบันขึ้น SAE Frankfurt และ SAE Amsterdam ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับแผนกมัลติมีเดีย SAE Stuttgart ย้ายไปอยู่ในสถานที่ๆใหญ่กว่า SAE Berlin ขยายพื้นที่เพื่อรองรับหลักสูตร Digital Film.
2001
ในที่สุดตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เราก็ได้มี SAE Miami, Liverpool และ Madrid เกิดขึ้น และแบบแปลนสำหรับ สถาบันแม่ข่ายแห่งใหม่ก็ได้เกิดขึ้น นั่นก็คือ SAE Byron Bay ที่ Australia. Tom Misner ได้ทำการซื้อห้องบันทึกเสียงที่ใหญ่ที่สุดใน Germany และเป็นส่วนหนึ่งของ Studio 301 ในขณะนี้ และเวอร์ชั่นที่ 3 ของตำราของทางสถาบันก็ได้เกิดขึ้น และอีก 17 สถาบันกำลังก่อสร้างอยู่และอยู่ในระหว่างการเจรจาตกลง Studio 301 ได้ทำการซื้อ Neve 88R ซึ่งมีราคาถึง 1 ล้านดอลล่าห์ สหรัฐ
2002
SAE Adelaide และ SAE Perth ได้ครบรอบ 20 ปี และหลักสูตร Digital Film Making ได้เกิดขึ้นใน Australia และ ยุโรป SAE Thiruvanadthapuram ในอินเดีย ได้เปิดทำการ และสถาบัน SAE ในหลายๆที่ได้ทำการซื้อ SSL consoles. SAE Miami ได้ทการซื้อ Sony Oxford console ซึ่งสามารถใช้ได้ถึง 120 channels. SAE Berlin และ SAE Athens ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นศูนย์กลางทางด้านปริญญาตรีของมหาวิทยาลัย Middlesex
2003
สมาคมศิษย์เก่าของ SAE ได้ถือกำเนิดขึ้น SAE Brussels, Belgium และ Myanmar ได้เปิดทำการ SAE Berlin ได้เปิดหลักสูตรในระดับปริญญาตรี และศูนย์หลักของสถาบันแห่งใหม่ได้เปิดทำการที่ Byron Bay, Australia พร้อมกับได้ซื้อ SSL9000K มาใช้ในการเรียนการสอน SAE New York ได้ทำการขยายพื้นที่เป็นสองเท่า
2004
SAE Munich, Amsterdam, Melbourne, Stuttgart และ Hamburg ได้ทำการย้ายสถานที่ไปยังที่ๆใหญ่กว่า SAE Leipzig และ Barcelona ได้เปิดทำการ และทางสถาบันได้ทำการซื้อ Apple G5 ถึง 200 เครื่องในครั้งเดียว และยังทำการซื้อ SSL9000K เพื่อใช้ที่ Studio 301 และ SAE Sydney และทางสถาบัน ยังได้ซื้อ QANTM ซึ่งเป็นสถาบันใน Australia ที่สอนทางด้านการผลิตสื่อ
2005
SAE Singapore ได้ทำการซื้อ SSL 900 console และทางสถาบันยังได้มีสถาบันแห่งแรกในแถบตะวันออกกลางก็คือที่ Dubai และ SAE LA ได้เปิดทำการ ที่บริเวณ Sunset Blv. SAE ได้ทำการซื้อ AMS-Neve ซึ่งถือเป็นยักษ์ใหญ่ทางด้านเครื่องบันทึกเสียง สมาคมศิษย์เก่า SAE ได้เปิดการประชุมเป็นครั้งแรกที่ Frankfurt และเป็นที่น่าเสียใจที่ Prof. Clive Pascoe ผู้ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลหลักสูตรของทางสถาบันได้เสียชีวิตลง
2006
SAE ได้ฉลองครบรอบ 30 ปี ที่สถาบันใหม่ที่ Berlin และยังได้แนะนำสถาบันใหม่ที่ Atlanta ประเทศสหรัฐอเมริกา และที่ Kuwait ตะวันออกกลาง ด้วยการ สร้างรากฐานที่มั่นคงและมีมานาน บริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัทไม่ว่าเป็นในด้านของการบันทึกเสียงตลอดจนการออกแบบห้องบันทึกเสียง และ SAE ตะวันออกกลาง ได้ช่วยให้ทางสถาบันได้สร้างห้องบันทึกเสียงที่ดีที่สุด สำหรับ SAE Sydney, Brisbane, Nashville เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษาว่าได้ใช้เครื่องมือที่ใหม่
ที่สุด และในสิ้นปีนี้ได้ทำการเปิด web site ในเวอร์ชั่นใหม่อีกด้วย
back to top